สัตว์เลี้ยงที่ปลื้ม

น้องหมา

ไซบีเรียนฮัสกี

1220512329

ไซบีเรียนฮัสกี (รัสเซีย: Сибирский хаски, Sibirskiy Haski) เป็นสุนัขขนาดกลาง ขนฟูแน่น จัดอยู่ในกลุ่มสุนัขใช้งาน มีต้นกำเนิดทางตะวันออกของไซบีเรีย เพาะพันธุ์มาจากสุนัขในวงศ์สปิตซ์ มีลักษณะขน 2 ชั้นฟูแน่น, หางรูปเคียว, หูเป็นรูปสามเหลี่ยมตั้งชัน และลายที่เป็นลักษณะเฉพาะ

ไซบีเรียนฮัสกีเป็นสุนัขที่แข็งแรง คล่องแคล่ว เต็มไปด้วยพลัง และยืดหยุ่น เป็นคุณสมบัติที่สืบทอดจากบรรพบุรุษที่มาจากสิ่งแวดล้อมที่หนาวเย็นอย่างรุนแรงของไซบีเรีย และจากการเพาะพันธุ์ของชาวชุกชี (Chukchi) ที่อาศัยอยู่ทางด้านตะวันออกเฉียงเหนือของเอเชีย สุนัขถูกนำเข้ามาในอะแลสกา ระหว่างช่วงตื่นทองที่เมืองนอมน์ (Nome) และแพร่เข้าสู่สหรัฐอเมริกาและประเทศแคนาดาในฐานะสุนัขลากเลื่อน ก่อนที่จะเปลี่ยนมาเป็นสุนัขเลี้ยงตามบ้านในภายหลังอย่างรวดเร็ว

ลักษณะทั่วไป

ไซบีเรียนเพศเมียสีแดงอ่อน ไซบีเรียนฮัสกีมีรูปร่างลักษณะภายนอกคล้ายกับอลาสกันมาลามิวท์เช่นเดียวกับสายพันธุ์อื่นๆที่พัฒนาสายพันธุ์มาจากสุนัขวงศ์สปิตซ์เช่นซามอย ไซบีเรียนมีขนหนาแน่นกว่าสุนัขสายพันธุ์อื่น มีสีและรูปแบบขนที่หลากหลาย โดยปกติมีสีขาวที่เท้า, ขา, ท้อง, รอบตาหรือเป็นหน้ากากที่หน้า และที่ปลายหาง ทั่วไปมีสีดำ-ขาว, เทา-ขาว, ทองแดง-ขาว, และขาวปลอด และยังมีแบบที่เป็นเอกลักษณะเฉพาะ เช่น สีอ่อน แต้มจุด แว่นตา ฯลฯ บางครั้งก็มีลักษณะคล้ายหมาป่าเกิดขึ้น แม้ว่าในการพัฒนาพันธุ์ไม่มีความใกล้ชิดกับหมาป่าหรือสายพันธุ์ที่ใกล้ชิดเลย คิดว่าเกิดจากการเพาะพันธุ์ที่ไซบีเรียแล้ว

ไซบีเรียนฮัสกี “ตา 2 สี”, “จมูกหิมะ”(สีแดง)

ตา

สีตาของไซบีเรียนฮัสกีที่เป็นที่ยอมรับมีสีฟ้าหรือน้ำตาลเข้ม, เขียว, น้ำตาลอ่อน, เหลือง/อำพัน, “แก้วตาหลายสี” หรือตาเฮเซล (Hazel) เป็นจุดบกพร่องร้ายแรงที่แสดงวงสีต่างกันในแก้วตา รวมถึงตาข้างนึงสีน้ำตาลอีกข้างสีฟ้า (complete heterochromia) หรือตาข้างเดียวหรือทั้ง 2 ข้างมีสี “แบ่งส่วน” น้ำตาลครึ่งฟ้าครึ่ง (partial heterochromia) นี่คือสีตาทั้งหมดที่ถูกพิจารณายอมรับโดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัขแห่งสหรัฐอเมริกา ตาต้องเป็นรูปอัลมอนด์ เว้นระยะห่างกันปานกลาง วางตัวเฉียงเล็กน้อย

หูและหาง

หูเป็นรูปสามเหลี่ยม, มีขนสมบูรณ์, ขนาดกลาง, และตั้งชัน ความผิดพลาดที่เกิดขึ้นบ่อยๆในการพัฒนาพันธุ์โดยสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข เช่นสมาคมพัฒนาพันธุ์สุนัข (สหรัฐอเมริกา) ที่มีรูปหูที่เรียกว่าหูผึ่ง (prick ears) หางเป็นพู่เหมือนหางหมาจิ้งจอกรูปเคียวโค้งเหนือหลังและลากหางไปด้านหลังเมื่อเคลื่อนไหว ไซบีเรียนฮัสกีส่วนมากมีสีขาวตรงปลายหางหางต้องไม่โค้งจนแตะหลังเหมือนสปิตซ์ สีออกแกมขาว

ขน

ขนของไซบีเรียนฮัสกีมี 2 ชั้น ขนชั้นในที่หนาแน่นและขนชั้นนอกที่ยาวกว่า ขนชั้นนอกยาวตรงและบางส่วนเหยียดเรียบไม่ชี้ชันตั้งตรงจากลำตัว ที่สามารถปกป้องมันจากความรุนแรงของฤดูหนาวขั้วโลกเหนือได้ (−50 °C to −60 °C) แต่ขนที่หนานั้นทำให้ระบายความร้อนได้ยากในฤดูร้อน ส่วนขนยาวแบบที่เรียกว่า “ฮัสกีขนแกะ (wooly huskies)” นั้นไม่เป็นที่ยอมรับ และไม่มีสิทธิ์ลงแข่งในสนามประกวด ดูสีขนเพิ่มเติม

จมูก

จมูกของไซบีเรียนฮัสกีมีสีดำในสีเทาในสุนัขสีแทนและสีดำ สีเลือดหมูในสุนัขสีทองแดง และอาจจะมีสีเนื้อในสุนัขสีขาว ไซบีเรียนฮัสกีบางตัวมีจมูกที่เรียกว่า “จมูกหิมะ” เป็นสภาวะที่เรียกว่าผิวด่าง (hypopigmentation) ในสัตว์ และสุนัขที่มี “จมูกหิมะ” นั้นสามารถลงประกวดได้ในสุนัขระดับประกวดไม่ค่อยจะมีจมูกทรงแหลมหรือสี่เหลี่ยมนัก

ขนาด

ในการเพาะพันธุ์ ไซบีเรียนฮัสกีมีมาตรฐานดังนี้ เพศผู้สูง 21 – 23.5 นิ้ว (53.5 – 60 ซ.ม.) หนัก 45 – 60 ปอนด์ (20.5 – 28 กิโลกรัม) เพศเมียมีขนาดเล็กกว่า สูง 20 – 22 นิ้ว (50.5 – 56 ซ.ม.) หนัก 35 – 50 ปอนด์ (15.5 – 23 กิโลกรัม)

อารมณ์

ไซบีเรียนฮัสกีที่มีตาสีฟ้าน้ำแข็ง ไซบีเรียนฮัสกีก็เหมือนสุนัขใช้งานทั่วๆไปที่มีพลังงานสูงต้องการการออกกำลังมาก มันควรได้รับการปฏิบัติแบบเพื่อนเดินทางและสุนัขลากเลื่อนไม่ใช่สุนัขอารักขา การรวมกันของปัจจัยนี้ส่งผลให้ไซบีเรียนฮัสกีมีจิตประสาทที่สุภาพอ่อนโยนและซื่อสัตย์ชาวอินูอิต (Inuit) พัฒนาสายพันธุ์นี้ขึ้นมาเพื่อใช้ลากเลื่อนหนักเป็นระยะทางไกลๆและสามารถเอาตัวรอดได้การภูมิประเทศที่หนาวเย็นแบบทรุนดรา (tundra) และช่วยในการล่าสัตว์

พฤติกรรม

พฤติกรรมของไซบีเรียนฮัสกีถูกมองว่าเป็นตัวแทนบรรพบุรุษของสุนัขบ้าน นั่นก็คือหมาป่า มันแสดงออกในรูปแบบพฤติกรรมของเทือกเถาเหล่ากอแบบกว้างๆ บ่อยครั้งที่ชอบหอนมากกว่าเห่าการแสดงออกที่มากเกินไปเกิดจากการถูกขับด้วยสัญชาตญาณในการล่า บุคลิกลักษณะของสุนัขที่เกิดจากการเพาะพันธุ์บ่อยครั้งที่เห็นได้ชัดในพฤติกรรมการละเล่นไล่จับสิ่งต่างๆในสิ่งแวดล้อมที่สุนัขแสดงออกมาคล้ายกับสุนัขล่าเนื้อมากกว่าจะเป็นสัตว์เลี้ยง มันชอบวิ่งเป็นพิเศษ น่าจะเป็นเพราะจากประวัติการเพาะพันธุ์ในอเมริกาเหนือ ในการฝึกสุนัขให้เชื่อฟังคำสั่งควรใช้เวลา 15 นาที/วันดีที่สุด และทำทุกๆวัน

สุขภาพ

ไซบีเรียนฮัสกีมีอายุเฉลี่ยราวๆ 12 – 16 ปี ข้อบกพร่องในตาแต่กำเนิดที่พบจากการเพาะพันธุ์ เช่น ต้อกระจกบาง, กระจกตาเจริญผิดเพี้ยน, และจอตาฝ่อรุกลาม การเจริญผิดปรกติของเอวก็พบได้บ่อยเช่นกันในการเพาะเลี้ยงเหมือนกับสุนัขขนาดกลางหรือขนาดใหญ่ทั่วไป[13]

ไซบีเรียนฮัสกีที่เป็นสุนัขลากเลื่อนอาจมีโรคอื่นๆอีก เช่น โรคกระเพาะ[14], หลอดลมอักเสบ[15], และแผลในกระเพาะ[16]

การแข่งขันสุนัขลากเลื่อน

บางครั้งไซบีเรียนฮัสกียังถูกใช้เป็นสุนัขลากเลื่อนในการแข่งขันลากเลื่อนแต่บางครั้งการมีการใช้สายพันธุ์อลาสกันฮัสกี (Alaskan Husky) ที่เป็นที่นิยมมากกว่าแทนหรือสุนัขล่าสัตว์ที่เกิดจากการพัฒนาพันธุ์เป็นพิเศษโดยเลือกจากความเร็วและขนที่หนาน้อยกว่า ระวางบรรทุกของไซบีเรียนฮัสกีที่ถูกพัฒนาพันธุ์อย่างเลือกเฟ้นสามารถดึงน้ำหนักระดับกลางเป็นระยะทางไกลๆด้วยฝีเท้าระดับปานกลางและโดยทั่วไปไม่สามารถทำความเร็วมากกว่านี้ติดต่อกันได้ ไซบีเรียนฮัสกีก็ยังเป็นที่นิยมใช้ในการแข่งขัน มันวิ่งได้เร็วกว่าสายพันธุ์สุนัขลากเลื่อนแท้ๆบางสายพันธุ์เช่นซามอย, ช้ากว่าแต่แข็งแรงกว่าอลาสกันมาลามิว ปัจจุบันทิศทางการพัฒนาพันธุ์แบ่งออกเป็นไซบีเรียนฮัสกีสำหรับ “การแข่งขัน” และสำหรับ “การประกวด”ในสหราชอาณาจักร การแข่งขันไซบีเรียนฮัสกีมีขึ้นบนเส้นทางในป่าต้องใช้สามล้อที่ออกแบบพิเศษแทนเลื่อน นิยมแข่งในฤดูหนาว

ปอมเมอเรเนียน

images-3

ปอมเมอเรเนียนสืบเชื้อสายมาจากสุนัขลากเลื่อนแถบไอซ์แลนด์และแลปแลนด์  อาจจะสงสัยว่าเป็นสุนัขลากเลื่อนแต่ทำไมตัวกะจึ๋งเดียว อาจเป็นเพราะว่าได้มีการพัฒนาสายพันธุ์ให้กลายเป็นสุนัขขนาดเล็กเพื่อเลี้ยงเอาไว้เป็นเพื่อน มากกว่าจะเอาไว้ใช้งาน  เพราะจริง ๆแล้วปอมเมอเรเนียนตัวใหญ่ ๆ สามารถใช้เป็นสุนัขเฝ้าฝูงแกะยังได้  แถมยังมีหลักฐานว่าตอนแรก ๆ ที่มาถึงอังกฤษ(ราวกลางศตวรรษที่๑๙) พ่อพันธุ์แม่พันธุ์บางตัวหนักถึง ๓๐ ปอนด์  แลดูคล้าย German wolf spitz ทั้งขนาด  ลักษณะขน รวมทั้งสีขนด้วย

เดิมคนทั่วไปไม่ค่อยรู้จักปอมเมอเรเนียนกันนัก จนกระทั่งปีค.ศ.๑๘๗๐ Kennel Club แห่งอังกฤษได้เปิดตัวแนะนำสุนัขพันธุ์นี้ และยิ่งดังใหญ่เมื่อปีค.ศ.๑๘๘๘ ควีนวิคตอเรียแห่งอังกฤษเกิดไปตกหลุมรักมันเข้าที่ยุโรป ถึงกับพากลับมาที่อังกฤษด้วย ในสมัยนั้นสาว ๆ มักเลียนแบบแฟชั่นและกิจกรรมจากราชสำนัก การเลี้ยงปอมเมอเรเนียนจึงแพร่ขยายออกไปอย่างกว้างขวาง  มีเรื่องเล่ากันว่าควีนวิคตอเรียทรงโปรดสุนัขพันธุ์นี้มาก แม้กระทั่งวันที่สิ้นพระชนม์ยังทรงมีพระราชเสาวนีย์ให้เอาเจ้า Turi สุนัขปอมเมอเรเนียนตัวโปรดมาไว้ข้างพระแท่นบรรทม  และเจ้า Turi นี้ก็ได้นอนเฝ้าอยู่จนควีนสิ้นพระชนม์  นอกจากนี้พระองค์ยังได้รับการยกย่องว่าทรงเป็นผู้ที่ทำให้สาธารณชนรู้จักและนิยมเลี้ยงปอมเมอเรเนียนตัวเล็ก

สำหรับในอเมริกา สุนัขพ่อพันธุ์แม่พันธุ์ถูกนำมาโชว์ครั้งแรกในปีค.ศ.๑๘๙๒ แต่ยังไม่ได้รับการกำหนดชัดเจนว่าจะให้อยู่ในกลุ่มสุนัขชนิดไหน จนกระทั้งปี ค.ศ.๑๙๐๐ จึงได้มีการกำหนดกันที่นิวยอร์ค และในปีค.ศ.๑๙๑๑ ก็มีงานโชว์สุนัขพันธุ์นี้เป็นครั้งแรกโดย American Pomeranian Club

ในช่วงแรก ๆ ปอมเมอเรเนียนที่ชนะการประกวด ส่วนใหญ่จะกระดูกหนา หูใหญ่ และน้ำหนักต่ำกว่า ๖ ปอนด์โดยประมาณ ขนให้สัมผัสที่ดีแต่ไม่ฟูมากเท่าปัจจุบัน

ปอมเมอเรเนียนที่ได้มาตรฐานตามกำหนดในปัจจุบันจะต้องมีขนาดเล็ก (น้ำหนักประมาณ 4-7 ปอนด์) ผู้ที่พัฒนาสายพันธุ์จนมีขนาดเล็กลงได้อย่างนี้คือนักผสมพันธุ์สุนัขชาวอเมริกา  จึงไม่น่าแปลกใจที่ปอมเมอเรเนียนสายพันธุ์จากอเมริกาได้รับการยอมรับให้เป็น The best เกียรติประวัติครั้งสำคัญคือเมื่อ Ch. Pall Mall His Majesty นำปอมเมอเรเนียนสายพันธุ์จากอเมริกาเข้าประกวดที่ยุโรป ก็ได้รับรางวัล Best in Show มาหลายต่อหลายครั้ง นอกจากนี้ยังคว้ารางวัลเกียรติยศสูงสุดจากการประกวดกับสุนัขทุกสายพันธุ์รวมกันทั้งหมดอีกด้วย  ด้วยความที่ตัวเล็ก  เชื่อง หากแต่ร่าเริงและแข็งแรง ทำให้ปอมเมอเรเนียนเป็นสุนัขที่นิยมเลี้ยงกันไว้เป็นเพื่อนคู่ใจไปทั่วโลก

มาตรฐานสายพันธุ์ปอเมอเรเนียน

ลักษณะทั่วไป เป็นสุนัขขนาดเล็กกะทัดรัด หลังสั้น มีขนสองชั้น  ขนชั้นในจะนุ่มหนา ส่วนขนชั้นนอกจะหนา ยาว และค่อนข้างฟู ให้สัมผัสหยาบกว่าขนชั้นในเล็กน้อย  หางก็มีขนยาวหนาเช่นกัน โคนหางตั้งอยู่สูงและทอดยาวย้อนมาบนหลัง  ปอเมอเรเนียนเป็นสุนัขที่มีท่าทางกระตือรือร้น เคลื่อนไหวคล่องแคล่ว กระฉับกระเฉง แสดงออกถึงความเฉลียวฉลาดและมักมีนิสัยอยากรู้อยากเห็น  แต่อย่างไรก็ตาม เมื่อเคลื่อนไหวจะดูเอาจริงเอาจัง มีอำนาจ และแข็งแรงมั่นคง

  •  ขนาด สัดส่วนและโครงร่าง โดยเฉลี่ยจะหนักประมาณ 3-7 ปอนด์ แต่ถ้าใช้ในงานโชว์ก็มักจะอยู่ที่ 4-6 ปอนด์   ในการประกวดนั้นถ้าสุนัขตัวใดมีน้ำหนักสูงหรือต่ำกว่านี้ต้องตกรอบทันที  แต่กระนั้นก็ควรพิจารณาคุณลักษณะโดยรวมเป็นสำคัญมากกว่าขนาดของสุนัข
  •  ในแง่ของสัดส่วน ถ้าเปรียบเทียบความยาวจากไหล่ถึงบั้นท้าย ต้องสั้นกว่าความยาวจากจุดสูงสุดของไหล่ถึงพื้นเล็กน้อย  ส่วนความยาวจากอกถึงพื้นต้องยาวเป็นครึ่งหนึ่งของระยะจากจุดสูงสุดของไหล่ถึงพื้น
  •  ปอเมอเรเนียนมีโครงร่างไม่เล็กไม่ใหญ่  ขาทั้งสี่ก็ไม่สั้นหรือยาวเกินไปจนทำให้โครงร่างดูเสียสมดุล  ในการแข่งขันถ้ากรรมการเข้าตรวจ สุนัขต้องรู้สึกสงบ มั่นคง
  •  หัว หัวต้องได้สัดส่วนสมดุลกับลำตัว  ช่วงปากและจมูก (muzzle) ค่อนข้างสั้นและตรง ดูสวยงาม ริมฝีปากไม่ห้อยย้อย  จมูกไม่แหลมชี้จนดูไม่มีมิติ ลักษณะของหัวทำให้ดูรู้สึกว่าเป็นสุนัขที่กระตือรือร้น หรืออาจเทียบเคียงได้กับสุนัขจิ้งจอกเลยทีเดียว
  •  กะโหลกปิด  ส่วนบนค่อนข้างกลมแต่ไม่ถึงกับโค้งเป็นรูปโดม  เมื่อมองจากด้านหน้าและด้านข้างจะเห็นหูเล็กๆ ซึ่งตั้งอยู่สูงและตั้งชันอยู่เสมอ  ถ้ามองจากปลายจมูกขึ้นไปยังดวงตาจนถึงปลายหูทั้งสองจะต้องเห็นเป็นแนวรูปตัว V
  •  ตาสีเข้ม เป็นประกาย ดวงตาเป็นรูปอัลมอนด์ ขนาดไม่เล็กไม่ใหญ่จนเกินไป
  •  สุนัขพันธุ์นี้ต้องมีจมูกและขอบตาสีดำ  ส่วนขนอาจเป็นสีน้ำตาล น้ำเงิน หรือสีผสมระหว่างขาว เทา น้ำตาล และดำ (เรียกว่า Beaver)
  •  ฟันบนครอบฟันล่างสนิทพอดี โดยที่ฟันบนไม่ยื่นเหยินออกไป  ถ้ามีฟันเกสักหนึ่งซี่ก็ไม่เป็นไร
  •  ข้อบกพร่องสำคัญ กะโหลกกลมเป็นรูปโดม  ฟันบนหรือฟันล่างเหยินออกจนฟันทั้งสองแถวสบกันไม่สนิท
  •  คอ แนวสันหลังและลำตัว คอสั้น แต่ตั้งอยู่บนไหล่ในตำแหน่งที่เหมาะสม พอจะทำให้สามารถยกหัวขึ้นตั้งสูงได้อย่างสง่างาม
  • หลังสั้น เส้นแนวหลังตรงลำตัวขนาดกะทัดรัด  ซี่โครงกางออกพอดีโดยมี  พื้นอกยาวมาจดข้อศอก
  •  หางของปอเมอเรนียนเป็นลักษณะเด่นเฉพาะของสายพันธุ์นี้  หางต้องวางแนบตรงอยู่กับแนวหลัง
  •  ลำตัวส่วนหน้าไหล่และขามีกล้ามเนื้อแข็งแรงพอสมควร โดยเฉพาะไหล่นั้นต้องแข็งแรงพอที่สุนัขจะตั้งหัวเชิดสูงได้ กระดูกไหล่กับขาท่อนบนยาวเท่ากัน  ขาหน้าตรงและขนานกัน วัดความยาวจากจุดสูงสุดของไหล่ถึงข้อศอกจะยาวเท่ากับข้อศอกจดพื้น  ข้อเท้าตรงและแข็งแรง
  •  เท้าโค้ง มีขนาดกะทัดรัด  ไม่หุบเข้าหรือกางออก ยืนได้อย่างมั่นคง  นิ้วติ่งอาจตัดทิ้งได้
  •  ข้อบกพร่องสำคัญ  ข้อเท้าห้อย ไม่แข็งแรง

 

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s